หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย หรือ ใบ 50 ทวิ คืออะไร

หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย

   หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย(ใบ 50 ทวิ) คือ เอกสารที่เป็นหลักฐาน แสดงให้รู้ว่าผู้มีเงินได้ หรือผู้รับเงิน ได้ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย ตามที่กฎหมายกำหนดเรียบร้อยแล้ว และเป็นเอกสารที่เมื่อได้รับแล้ว ต้องเก็บไว้เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการยื่อเสียภาษีประจำปี

ใบ 50 ทวิ

 

สารบัญ

การออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ( ใบ50ทวิ )

 1. ผู้จ่ายเงินที่มีหน้าที่ต้องออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย

 2. รูปแบบของหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย

 3. ข้อความในหนังสือรับรองหักภาษี ณ ที่จ่าย

 4. การจัดทำหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย และสำเนา

 5. การจัดทำใบแทนหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย

 6. ภาษาและตัวเลขที่ใช้ในหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย

 7. การทำหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย แตกต่างไปจากที่กำหนด

การจัดทำหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ในรูปแบบของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์และส่งมอบด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์

ตัวอย่าง : หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย

 

หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย

 

 

การออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย(ใบ 50ทวิ)

   การออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย หรือ ใบ 50ทวิ ประมวลรัษฎากร มาตรา 50ทวิ กำหนดว่า “ให้ผู้มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย ออกหนังสือรับรองหักภาษี ณ ที่จ่ายที่ได้หักไว้แล้ว ในปีภาษีให้แก่ผู้ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายสองฉบับมีข้อความตรงกันในกรณีและตามกำหนดเวลา ดังต่อไปนี้

(1) ในกรณีตามมาตรา 3 เตรส (อธิบดีสั่งให้ผู้จ่ายเงินได้หักภาษี ณ ที่จ่าย ) ให้ออกในทันทีทุกครั้งที่มีการหักภาษี ณ ที่จ่าย

(2) ในกรณีตามมาตรา 50(1) (จ่ายเงินได้ประเภทเงินเดือน ค่าจ้าง) ให้ออกภายในวันที่ 15 กุุมภาพันธ์ของปีถัดจากปีภาษี หรือภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันที่ผู้ถูกหักภาษี ร ที่จ่ายออกจากงานในระหว่างปีภาษี

(3) ในกรณีตามมาตรา 50(2)-(จ่ายเงินได้ค่าสิทธิ เงินปันผล) (3)-(จ่ายเงินได้ค่าวิชาชีพอิสระให้ผู้รับที่ไม่อยู่ในประเทศไทย) หรือ(4)-(รัฐบาล องค์การรัฐบาลจ่ายเงินได้)ให้ออกในทันทีทุกครั้งที่มีการหักภาษี ณ ที่จ่าย

หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ให้ใช้ตามแบบที่อธิบดีกำหนด

 อธิบดีมีอำนาจยกเว้นการออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายได้ ในกรณีที่เห็นสมควร”

   การออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ปัจจุบันได้มีประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 62) ลงวันที่ 15 มีนาคม พ.ศ.2539 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้(ฉบับที่131)ฯ ลงวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2547 กำหนดแบบหนังสือรับรองการหัก ณ ที่จ่าย ไว้ซึ่งอธิบายได้ ดังนี้

1. ผู้จ่ายเงินที่มีหน้าที่ต้องออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย และกำหนดเวลาการออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ตามมาตรา 50 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร ได้แก่

1.1 ผู้จ่ายเงินที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย ตามมาตรา 3 เตรส แห่งประมวลรัษฎากร (ได้แก่ การหักภาษี ณ ที่จ่าย ตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.4/2528ฯ เช่น ค่าจ้างทำของ ค่าบริการ ค่าขนส่ง การส่งเสริมการขาย) จะต้องออกในทันทีทุกครั้งที่มีการหักภาษี ณ ที่จ่าย

1.2 ผู้จ่ายเงินที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย ตามมาตรา 50 แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งได้แก่การจ่ายเงินได้พึ่งประเมินตามมาตรา 40(1) ถึง (8) ให้แก่ผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและกฎหมายกำหนดให้หักภาษี ณ ที่จ่าย ตามมาตรา 50 แห่งประมวลรัษฎากร ดังนี้

(1) กรณีตามมาตรา 50(1) แห่งประมวลรัษฎากร (การหักภาษี ณ ที่จ่าย กรณีการจ่ายเงินได้ตามมาตรา 40(1)(เงินเดือน ค่าจ้าง) และมาตรา 40(2)(หน้าที่งาน ตำแหน่งงานที่ทำ เช่น ค่านายหน้า)) ต้องออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายภายในวันที่ 158 กุมภาพันธ์ของปีถัดจากปีภาษี หรือ ภายใน 1 เดือนนับแต่วันที่ผู้ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย ออกจากงานในระหว่างปีภาษี

(2) กรณีตามมาตรา 50(2) แห่งประมวลรัษฎากร (การหักภาษี ณ ที่จ่าย กรณีการจ่ายเงินตามมาตรา 40(3) (ค่าสิทธิ ค่าบิขสิทธิ์) มาตรา 40(4)-(ดอกเบี้ย ปันผลฯ) โดยให้ออกในทันที่ทุกครั้งที่มีการหักภาษี ณ ที่จ่าย

(3) กรรีตามมาตรา 50(3) แห่งประมวลรัษฎากร (การหักภาษี ณ ที่จ่าย กรณีการจ่ายเงินได้ตามมาตรา 40(5)-(ค่าเช่าฯ) 40(6)-(ค่าวิชาอิสระฯ) ซึ่งผู้รับอยู่ในประเทศไทยไม่ถึง 180วันในปีภาษี โดยให้ออกในทันทีทุกครั้งที่มีการหักภาษี ณ ที่จ่าย

(4) กรณีตามมาตรา 50(4) (การหักภาษี ณ ที่จ่าย กรณีรัฐบาล องค์การรัฐบาลฯ จ่ายเงินได้ตามมาตรา40(5)(6)(7) และ(8) โดยใ้หออกในทันทีทุกคราวที่มีการหักภาษี ณ ที่จ่าย

 สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ : ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ใคร..? เป็นผู้มีหน้าที่หัก แล้วนำส่งอย่างไร?

ข้อควรสังเกต

  การหักภาษี ณ ที่จ่ายที่ไม่อยู่ในบังคับต้องออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ตามมาตรา 50 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร ได้แก่ การหักภาษี ณ ที่จ่าย กรณีผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา โอนอสังหาริมทรัพย์ตามมาตรา 50(5) แห่งประมวบรัษฎากร การหักภาษี ณ ที่จ่าย

กรณีรัฐบาล องค์การของรัฐบาล ฯลฯ จ่ายเงินได้ให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ซึ่งต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย ร้อยละ 1.0 ตามมาตรา 69 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร และการหักภาษี ณ ที่จ่าย

กรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลโอนอสังหาริมทรัพย์ซึ่งต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 1.0 ตามมาตรา 69 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งการหักภาษี ณ ที่จ่ายที่ไม่ต้องออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายตามมาตรา 50 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร

ผู้จ่ายหรือผู้มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย สามารถออกหลักฐานซึ่งได้แก่ ใบเสร็จรับเงินแสดงการหักภาษี ณ ที่จ่าย ให้แก่ผู้ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายได้ หรือจะใช้หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายตามมาตรา 50 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร แสดงการหักภาษี ณ ที่จ่าย ออกให้แก่ผู้ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย ก็ไม่มีข้อห้ามแต่อย่างใด

 

2. รูปแบบของหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย

ตามข้อ 2 วรรคหนึ่งของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่62)ฯ ลงวันที่ 15 มีนาคม พ.ศ.2539 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 131)ฯ ลงวันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2547 ได้กำหนดรูปแบบของหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ โดยมีข้อความอย่างน้อยตามแบบแนบท้ายประกาศ (ดูตัวอย่างหนังสือรับรองการหักภาษี ณที่จ่าย ท้ายบทความ )

 

3. ข้อความในหนังสือรับรองหักภาษี ณ ที่จ่าย

  ผู้มีหน้าที่ออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ต้องกรอกข้อความและรายละเอียดตามที่ปรากฎในหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ซึ่งมีข้อความที่กำหนดให้กรอก ดังนี้

3.1 ชื่อ ที่อยู่ เลขประจำตัวผู้เสียภาษี/เลขประจำตัวประชาชนของผู้มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย และผู้ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย (กรณีผู้มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย หรือผู้ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายเป็นบุคคลธรรมดาที่มีเลขประจำตัวประชาชนก็กรอกเลขประจำตัวประชาชนโดยไม่ต้องกรอกเลขประจำตัวผู้เสียภาษีก็ได้)

3.2 เลขที่/เล่มที่ ในหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ต้องมีรายการเลขที่ และเล่มที่ด้วย เว้นแต่ในกรณีที่ไม่ได้จัดทำหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย เป็นเล่ม เช่น ออกด้วยคอมพิวเตอร์ก็จะไม่มีหมายเลขลำดับของเล่มก็ได้ (ข้อ 2 วรรคสี่ ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 62)ฯ

3.3 หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ต้องมีข้อความด้านบนแต่ละฉบับดังนี้

(1)  ฉบับที่ 1 มีข้อความว่า “สำหรับผู้ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย ใช้แนบพร้อมกับแบบแสดงรายการ”

(2) ฉบับที่ 2 มีข้อความว่า “สำหรับผู้ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย เก็บไว้เป็นหลักฐาน”

3.4 ลำดับที่ในแบบ ภ.ง.ด.1ก. ภ.ง.ด.1ก พิเศษ ภ.ง.ด.2ก ภ.ง.ด.3ก (กรณียื่นรายการการจ่ายเงินได้พึงประเมินประจำปีที่ต้องยื่นแบบดังกล่าว เช่น การจ่ายเงินเดือน  ต้องยื่นแบบภ.ง.ด.1ก ภายในเดือนกุมภาพันธ์ของปีถัดไป) ภ.ง.ด.2 ภ.ง.ด.3 ภ.ง.ด.53 (แบบแสดงรายการหักภาษี ณ ที่จ่ายต้องยื่นทุกเดือน)

3.5 รายการประเภทเงินได้พึงประเมิน ในหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย จะมีช่อง “ประเภทเงินได้พึงประเมิน” ให้กรอก ซึ่งจะระบุว่า เป็นเงินได้ประเภทใด ดังนั้น เมื่อมีการจ่ายเงินได้ประเภทใดที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย ก็กรอกหรือระบุรายการให้ตรงตามรายการที่กำหนด ซึ่งรายการประเภทเงินได้จะแบ่งเป็นประเภทเงินได้ที่จ่ายไว้ ส่วนรายการจ่ายเงินได้ที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย ตามมาตรา 3 เตรส แห่งประมวลรัษฎากร จะมีช่องให้กรอกต่างหาก

   แต่อย่างไรก็ดี หากผู้จ่ายจะระบุการจ่ายเงินที่ไม่ได้มีการกำหนดไว้ในหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย หรือต้องการระบุให้ชัดเจนว่าได้จ่ายเงินค่าอะไรจะระบุในช่องอื่นๆ ก็ได้ ทั้งนี้รายการประเภทเงินได้พึงประเมินตามข้อความที่กำหนดตามแบบหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ได้กำหนดไว้ 6 รายการ

    แต่บางกรณีผู้จ่ายเงินซึ่งต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย ไม่จำเป็นต้องใช้ทั้ง 6 รายการ ซึ่งอาจจะใช้เพียงรายการเดียว เช่น การจ่ายเงินเดือนอย่างเดียว และไม่มีการจ่ายเงินได้อื่น จึงไม่มีความจำเป็นต้องระบุประเภทเงินได้พึงประเมินอื่น ในการสั่งพิมพ์แบบฟอร์ม หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย

   หรือสั่งพิมพ์หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายจากเครื่องคอมพิวเตอร์ จะระบุเฉพาะประเภทเงินได้พึงประเมินที่จ่ายซึ่งได้หักภาษี ณ ที่จ่ายโดยจะไม่ระบุประเภทเงินได้พึงประเมินอื่นก็ได้ เช่น การจ่ายเงินเดือนอย่างเดียว ก็ระบุว่า “เงินเดือน” เพียงรายการเดียวส่วนเงินได้อื่นๆ ก็ไม่ต้องมี

ในรายการประเภทเงินได้พึงประเมินมีรายการที่ควรทำความเข้าใจดังนี้

(1) “วัน เดือน หรือปีที่จ่าย” จะต้องระบุว่าจ่ายเงินวันใด กล่าวคือ ถ้าเป็นการจ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(1)(2) ที่จ่ายให้บุุคคลธรรมดาก็ระบุ ปี พ.ศ.ที่จ่าย ส่วนการหักภาษี ณ ที่จ่าย กรณีอื่นต้องระบุ วัน เดือน ปี ที่จ่าย (กรณีนี้มีแนวทางปฏิบัติของกรมสรรพากร ตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.112/2545 ป.124/2546 สำหรับธุรกิจธนาคาร ธุรกิจบัตรเครดิต การให้บริการโทรศัพท์ที่ระบุกรณีการออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ไว้ต่างหาก ซึ่งศึกษาได้จากกรมสรรพากรดังกล่าว) โดยการจ่ายเงินด้วยเช็คให้ระบุตามวันที่ที่ลงในเช็ค  กรณีจ่ายโดยการโอนเงินเข้าบัญชีผู้รับก็ระบุตามวันที่ที่โอนเงิน กรณีการหักกลบลบหนี่้ก็ระบุตามวันที่หักกลบลบหนี่้

(2) “จำนวนเงินที่จ่าย” ต้องระบุจำนวนเงินที่จ่ายไว้ ซึ่งหากเป็นกรณีที่ผู้จ่ายออกภาษีแทนผู้รับ จำนวนเงินที่จ่ายต้องระบุโดยรวมภาษีที่ออกแทนด้วย เช่น กรณีจ่ายค่าเช่า และผู้ให้เช่ากับผู้เช่าตกลงกันว่า  ผู้เช่าจะออกภาษีแทนทังหมด สมมติจ่ายค่าเข่า 9,500 บาท ภาษีออกแทนจะเท่ากับ 500 บาท (9,500 x 5/95) ดังนั้นจำนวนเงินที่ต้องระบุในช่องจำนวนเงินที่จ่ายเท่ากับ10,000 บาท (9,500+500)

(3) “ภาษีหักและนำส่งไว้” ต้องระบุจำนวนภาษีที่หัก และนำส่งไว้ว่าเป็นจำนวนเท่าใด

3.6 รายการที่ผู้จ่ายหักภาษี ณ ที่จ่าย โดยมี 3 กรณี ให้ระบุ คือ

(1) หักภาษี ณ ที่จ่าย กรณีเป็นการหักภาษี ณ ที่จ่าย จากเงินที่จ่าย ก็ต้องระบุ “หักภาษี ณ ที่จ่าย”

(2) ออกให้ตลอดไป กรณีผู้จ่ายออกภาษีให้ตลอดไป (ทุกทอด) ต้องระบุ(ออกให้ตลอดไป) ซึ่งผู้จ่ายก็ต้องคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่าย แบบออกให้ตลอดไปให้ครบถ้วน

(3) ออกให้ครั้งเดียว กรณีผู้จ่ายออกภาษีให้ครั้งเดียว (ทอดเดียว) ต้องระบุ “ออกให้ครั้งเดียว”

3.7 รายการการลงชื่อของผู้จ่ายเงิน และวันเดือนปีที่จ่ายเงิน ผู้มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย จะต้องลงลายมือชื่อผู้จ่ายเงิน ซึ่งก็ได้แกลายมือชื่อของผู้มีอำจาจลงชื่อผูกพันกิจการดังกล่าวคือถ้าเป็นบริษัทก็ต้องเป็นผู้มีอำนาจลงชื่อในนามบริษัท แต่ทั้งนี้หากผู้มีอำนาจลงชื่อผูกพันดังกล่าวจะมอบอำนาจให้บุคคลใดลงชื่อแทนก็ย่อมทำได้ โดยควรทำหนังสือมอบอำนาจภายในไว้  ทั้งนี้ต้องระบุ วัน เดือน ปี ที่ออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายด้วย

**หากผู้จ่ายเงินมีตราประทับนิติบุคคลก็ต้องประทับตรานิติบุคคลด้วย

ทั้งนี้ การลงลายมือชื่อของผู้มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย ไม่จำเป็นต้องเซ็นต์ด้วยน้ำหมึกก็ได้ จะลงลายมือชื่อโดยใช้วิธีประทับตราลายมือชื่อด้วย ตรายาง หรือพิมพ์ลายมือชื่ดโดยเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ได้มีการเก็บลายมือชื่อ(scan) ก็ได้

3.8 ผู้มีหน้าที่ออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ที่จ่ายเงินได้ตามมาตรา 40(1) แห่งประมวลรัษฎากร (การจ่ายเงินเดือน ค่าจ้าง) และได้มีการหักเงินได้ดังกล่าวเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนประกันสังคม กองทุนบำเหน็จบำนาญช้าราชการ และกองทุนสงเคราะห์ตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน จะระบุจำนวนเงินที่ได้หักจากเงินได้ของผู้มีเงินได้เข้ากองทุนดังกล่าวในแต่ละปีในหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายก็ได้

 

4. การจัดทำหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย และสำเนา

การจัดทำหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายให้แกผู้ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย ต้องออกให้แก่ผู้ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย สองฉบับมีข้อความต่รงกัน และต้องจัดทำสำเนาคู่ฉบับไว้เพื่อเป็นหลักฐานสำหรับการออกใบแทนหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย

 

5. การจัดทำใบแทนหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย

ในกรณีผู้ถูกหักภาษี ณที่จ่าย ได้ทำหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ชำรุด สูญหาย ผู้มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย สามารถออกใบแทนให้แก่ผู้ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายได้ โดยการออกใบแทนให้ใช้โดยวิธีการถ่ายเอกสาร หรือพิมพ์จากคอมพิวเตอร์ในกรณีหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายออกด้วยระบบคอมพิวเตอร์ และมีข้อความว่า “ใบแทน” ไว้ที่ด้านบนของเอกสาร ซึ่งผู้มีหน้าที่ออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ต้องลงลายมือชื่อรับรองด้วย

 

6. ภาษาและตัวเลขที่ใช้ในหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย

หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ต้องทำเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ แต่ถ้าทำเป็นภาษาต่างปรเทศอื่น ต้องมีคำแปลภาษาไทยกำกับส่วนตัวเลขให้ใช้เลขไทยหรืออารบิค

 

7. การทำหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย แตกต่างไปจากที่กำหนด

ผู้มีหน้าที่ออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ซึ่งต้องออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายตามมาตรา 50 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร ตามกฎหมายมีการณีที่ออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายเป็นอย่างอื่นได้ 2 กรณี คือ

7.1 กรณีที่ได้รับอนุมัติจากอธิบดีกรมสรรพากรให้ทำหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายเป็นอย่างอื่น (โดยผู้มีหน้าที่ออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายต้องแสดงความประสงค์ด้วย การรยื่นคำร้องขอออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย เป็นอย่างอื่น)  

7.2 กรณีรัฐบาล องค์การของรัฐบาล ฯลฯ จ่ายเงินได้ตามมาตรา 40(5)-(8) ให้แก่ บุคคลธรรมดา ซึ่งจะต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายตามมาตรา 50(4) แห่งประมวลรัษฎากร เฉพาะกรณีที่จดแจ้งการหักภาษีไว้ในฎีกาเบิกเงินตามมาตรา 53 แห่งประมวลรัษฎากร (กรณีส่วนราชการตั้งฎีกาเบิกเงิน) และได้มีการออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ตามระเบียบของทางราชการแล้ว (ก็ไม่ต้องออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ที่กำหนดท้ายประกาศอธิบดีฯ)

   การจัดทำหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ในรูปแบบของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์และส่งมอบด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์

ผู้จ่ายเงินประสงค์จะจัดทำหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ตามมาตรา 50 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร ในรูปแบบของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ โดยมีข้อความอย่างน้อย ตามแบบท้ายประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่62) ลงวันที่ 15 มีนาคม พ.ศ.2539 ผู้จ่ายเงินย่อมสามารถกระทำได้ แต่จะต้องมีความถูกต้องและต้องกระทำตามวิธีการแบบปลอดภัยที่เชื่อถือได้ ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์  รวมทั้งต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในข้อ 4 ถึงข้อ 8 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.121/2545 ลงวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ.2545 โดยต้องแจ้งการจัดทำและการจัดเก็บเอกสารหลักฐานตามประมวลรัษฎกร ที่มีข้อความอยู่ในรูปแบบของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ตามแบบแจ้งการจัดทำและการจัดเก็บเอกสารหลักฐานไว้ในรูปแบบของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ (แบบ ภ.อ.11) ต่ออธิบดีกรมสรรพากร

กรณีผู้จ่ายเงินประสงค์จะส่งมอบหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ให้แก่พนักงานผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เข้าลักษณะเป็นการส่งมอบเอกสารที่อยู่ในรูปแบบของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ด้วยการส่งและรับข้อความด้วยวิธีทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งอาจกระทำได้โดยปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (กค 0702/1057 ลงวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2559)

สนใจบริการ ติดต่อได้ที่

065-398-9149 , 065-394-2669
ติดต่อ
sutiranan.add@gmail.com , nus.eang@gmail.com

รับทำบัญชีกำแพงแสน

 

   ตัวอย่าง หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย   ดาวน์โหลด

หนังสือรับรองการหัก ณ ที่จ่าย

 

 

   สรุป

     ตามประมวลรัษฎากร ได้กำหนดหน้าที่ให้ผู้จ่ายเงินได้เป็นผู้มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย และต้องเป็นผู้ออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ที่ได้หักไว้ ให้แก่ผู้ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย หรือผู้รับเงิน  ซึ่งภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายนั่น เป็นวิธีการจัดเก็บภาษีของรัฐวิธีหนึ่งที่กำหนดให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และภาษีเงินได้นิติบุคคลจะต้องเสียภาษีก่อนที่จะถึงกำหนดเวลายื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *